Home Hilight จากฐานันดรที่สี่สู่เจ้าของเหมืองหยก (8)

จากฐานันดรที่สี่สู่เจ้าของเหมืองหยก (8)

ชีวิตคนเราก็เหมือนละคร แต่ละฉากแต่ละตอน พระพรหมได้ทรงลิขิตไว้หมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ตัวละครในแต่ละฉาก ก็ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะได้ขยับบทบาทของตัวเองให้แสดงในบทที่ตนเองต้องการ จะดีจะชั่ว จะรวยจะจน ก็ต้องอาศัยความมุมานะของตนเองเป็นสำคัญ
 

คุณสุวรรณีก็เช่นเดียวกัน ไม่ทราบว่าโชควาสนาของเธอ ที่ทำให้ได้เปิดตลาดต่างประเทศครั้งแรกโดยบังเอิญจากการได้พบเจอลูกค้า ที่ได้ผู้ใหญ่ใจดีพามาทานข้าวที่ร้านของคุณแม่ แล้วเธอได้นำเอาพลอยอำพันมาให้ดู จนกระทั่งสามารถปิดการขายได้อย่างสวยงาม แม้จะไม่ได้กำไรมากมาย เพราะเพียงต้องการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าด้วยการบริการที่ทั้งแจกทั้งแถม ต่อจากนั้นก็ยังแนะนำลูกค้าที่เป็นชาวตะวันออกกลาง เข้ามาเลือกซื้อหาพลอยอำพัน นำไปเป็นเครื่องประดับบ้าน ทำให้งานขุดพลอยอำพันของเธอและทีมงาน มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย แน่นอนว่ากำไรที่ได้มา เธอก็จะไม่ลืมที่จะแบ่งปันให้แก่ผู้ที่สนับสนุนเธอด้วยเช่นกัน
 

จนกระทั่งต่อมาไม่นาน ผู้ใหญ่ท่านนั้นเห็นว่า เธอเป็นบุคคลที่ไม่ได้เห็นแก่ตัว ที่จะหุบเอาธุรกิจนั้นเป็นของตนเองทั้งหมด จึงได้เริ่มคิดที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับเธอ ด้วยการที่ท่านได้ไปเปิดร้านจิวเวอรี่ที่นครลอนดอน เพราะท่านมีญาติสนิทคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น ท่านจึงได้มาปรึกษากับเธอ ว่าจะให้เธอเป็นหุ้นส่วนในธุรกิจนั้นด้วย แต่เธอก็ได้ปฎิเสธท่านไป แต่รับปากว่าจะขอทำหน้าที่หาสินค้าส่งไปให้ท่านขาย ด้วยการเปิดเผยราคาต้นทุนของเธอให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านได้สามารถค้าขายได้อย่างสบายใจ ส่วนกำไรที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ ก็สุดแล้วท่านจะกรุณาแบ่งปันมาให้ การดำเนินการเปิดตลาดครั้งใหม่ในรูปแบบที่ไม่ค่อยจะมีใครเขาทำกัน ก็จึงได้เกิดขึ้น

ผมถามเธอว่า ไม่กลัวว่าท่านจะไม่แบ่งกำไรให้เหรอ เธอตอบว่า ท่านได้ให้ชีวิตเธอมาเกือบจะทั้งหมดแล้ว ทั้งๆ ที่ในการให้ที่ผ่านๆมา ท่านก็ไม่เคยคิดที่จะได้ผลประโยชน์จากเธอเลยสักนิด ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่า ท่านเสนอในสิ่งที่ดีๆ ในชีวิตเธอมาโดยตลอด ท่านจะต้องไม่ทำให้เธอผิดหวังอย่างแน่นอน
 

การดำเนินการค้า-ขายเพื่อการส่งออกจิวเวอรี่ไปที่ลอนดอนจึงได้เริ่มต้นขึ้น ใบสั่งซื้อที่ท่านได้ส่งมาให้ แรกๆก็กระท่อนกระแท่นเรื่อยมา จนกระทั่งในปีนั้น เกิดอุบัติการณ์การเฉลิมฉลองพิธีมงคลสมรสของเจ้าฟ้าชายชาลส์กับเจ้าหญิงไดอานาแห่งเวลส์เกิดขึ้น ในวันนั้นแหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอานา คือแหวนพลอยไพลินสีน้ำเงินเม็ดงาม เป็นที่ฮือฮาในสังคมคนอังกฤษมาก ก็เริ่มมีคนที่อยากจะได้แหวนลักษณะนั้นมาไว้ครอบครองบ้าง จึงได้มีการติดต่อมาทางร้านของท่านผู้ใหญ่ท่านนั้น
 

ท่านจึงได้สอบถามเธอว่าสามารถที่จะสรรหาพลอยลักษณะเช่นนั้น ส่งมาให้ท่านได้หรือไม่? เธอก็ตอบไปว่าที่ประเทศเมียนมา พลอยสีน้ำเงินไม่ค่อยมี ถึงมีก็สีสรรก็ไม่ค่อยสวย สู้พลอยที่มาจากแหล่งประเทศกัมพูชาไม่ได้ แต่ตลาดในประเทศไทยก็มีเยอะมาก โดยเฉพาะที่ตลาดเพชรพลอยที่ถนนมเหสักข์ และที่เพชรพลอยในจังหวัดจันทบุรี ปรากฎว่าเธอต้องเที่ยววิ่งดิ้นรนหามาจนได้ ทำให้ยอดขายพลอยของคุณสุวรรณีโตขึ้นเป็นก้าวกระโดดเลยทีเดียวครับ
 

เมื่อการค้า-ขายได้เติบโตขึ้นมา เงินทองที่ได้มาจากส่วนแบ่งที่ท่านได้จัดสรรปันส่วนให้ ก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว มีอยู่วันหนึ่ง เธอได้เดินทางไปเมียนมาตามปกติ ซึ่งทุกครั้งที่เธอเดินทางไปเมียนมา ส่วนใหญ่เธอจะเข้าไปทางชายแดนเป็นส่วนใหญ่

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอคิดว่าเธอควรต้องเดินทางไปดูตลาดพลอยที่กรุงย่างกุ้งบ้าง เพราะการทำธุรกิจเพชร-พลอยในประเทศเมียนมามานาน แต่ไม่ได้มีความคุ้นเคยกับกลุ่มพ่อค้าในเมืองเช่นกรุงย่างกุ้งหรือเมืองมัณฑะเลย์ บางครั้งคนที่เข้ามาค้า-ขายกับเราด้วย เราจะไม่สามารถรู้ถึงตื้นลึกหนาบางของเขา ก็จะเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดได้ ในช่วงนั้นพอดีมีเพื่อนมาชวนให้เข้าไปกรุงย่างกุ้งด้วย จึงประจวบเหมาะ เพื่อขอเข้าไปทำความคุ้นเคยกับตลาดด้วยเลย
 

เมื่อเข้าไปที่ตลาดย่างกุ้ง ต้องบอกว่าเธอก็ตื่นตาตื่นใจมากๆ เพราะที่นี่มีตลาดอยู่หลากหลายที่มาก ที่ใหญ่ๆจริงๆ ก็คือตลาดโบโช๊ะอองซาน หรือที่คนไทยเรียกว่าตลาดสก๊อตนั่นเอง อีกทั้งมีตลาดในไชน่าทาวน์ ตลาดอื่นๆ อีกสองสามแห่ง เธอบอกว่าจำชื่อไม่ค่อยได้แล้ว และยังมีค้า-ขายกันตามบ้าน บางครั้งเธอต้องเดินขึ้นไปบนแฟลตสูงถึง 8 ชั้น ที่เธอก็เข้าไปดูมาหลายๆแห่ง
 

แต่สิ่งที่เธอเห็น กลุ่มพลอยอำพันจะเป็นตลาดที่เล็กมากจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นพลอยทับทิมสีแดง จากสองแหล่งใหญ่คือเมืองสู้และเมืองก๊ก และที่สำคัญกว่านั้น คือ “พลอยอเมทิสและหยก” ที่ค้า-ขายกันเยอะมาก เธอเล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกๆ เธอไม่เคยคิดว่าหยกจะมีตลาดที่ใหญ่เช่นนี้ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจกับหยกเลย เธอสนใจแต่พลอยทับทิมเท่านั้น แต่พอไปเจอพลอยอำพัน เธอก็หันมาสนใจพลอยอำพัน ไม่ได้มองเห็นความสำคัญของหยกเลย แต่พอไปเที่ยวสำรวจตลาดในครั้งนั้น ทำให้เธอคิดหนักเลยทีเดียวครับ เพราะว่าตลาดจะใหญ่จะเล็ก ให้ดูจากปริมาณของผู้ค้า ก็สามารถทราบได้ว่า ใหญ่จริงหรือไม่ครับ
 

อาทิตย์หน้าผมจะนำเอาประสบการณ์ที่ทำให้คุณสุวรรณีเปลี่ยนใจ หันมามองดูเพชรในตรมอีกครั้ง มาเล่าสู่กันอ่านเล่นนะครับ