Home บทความ นานาทัศนะสถานการณ์โควิด

นานาทัศนะสถานการณ์โควิด

23
0

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยากลำบากของผู้ประกอบการทั้งหลายทั่วโลก ผมได้พูดคุยกับเพื่อนทั้งที่มีทั้งเพื่อนชาวไทยและเพื่อนชาวต่างชาติหลายคน ที่ทุกคนล้วนแต่บ่นเป็นหมีกินผึ้งแตกต่างกันไป ว่าปัจจุบันนี้คือห่วงเวลาแห่งความยากลำบากที่สุดในชีวิต เท่าที่เคยผ่านมา เพราะวิกฤติที่ว่าหนักๆทุกครั้งที่เคยพบเคยเจอมา ก็ไม่มีครั้งไหนที่จะรุนแรงเหมือนครั้งนี้ ดังนั้นช่วงนี้จึงต้องเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างเดียว ขอให้มีชีวิตสามารถผ่านพ้นไปได้ ก็นับว่าเป็นบุญแล้ว

เริ่มจากเพื่อนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นั่นจำนวนคนตายเยอะมาก การออกไปข้างนอกเพื่อทำธุระสำคัญบ้างอย่าง ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ดังนั้นสินค้าที่ขายได้ก็มีเพียงสินค้าเพื่อการดำรงชีวิตเท่านั้น ที่พอจะขายได้ สินค้าอื่นๆที่ราคาสูงหน่อยหรือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย จะขายยากหน่อย แต่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการขาย จากขายออฟไลน์ มาเป็นการขายออนไลน์แทน แต่อย่างไรก็ตามยอดขายก็ไม่ได้มากเท่าเวลาปกติครับ

ส่วนเพื่อนที่อังกฤษก็เช่นกันครับ ที่อังกฤษแม้จะมีการฉีดวัคซีนได้เยอะมาก แต่ก็ยังมีการระบาดที่ไม่ได้ลดน้อยลงไปเท่าที่ควร เขาเล่าว่าสินค้าที่ขายก็ยากลำบากคล้ายกับที่อื่นๆเหมือนกันครับ แต่เพื่อนผมคนนี้เขาจะมีชีวิตที่มองโลกในแง่ดีมาโดยตลอด เขาจึงไม่ค่อยจะเครียดเท่าไหร่ เขาก็บอกผมว่า “ช่างมันเถอะ วันนี้ขอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอใจแล้ว พรุ่งนี้อะไรจะเกิดก็ช่างเถอะ คนที่ด้อยกว่าเราก็ยังมีอยู่เยอะ แต่เขาก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เลย”

ผมฟังแล้วก็ชื่นชมเขานะ ดูเขาไม่ค่อยจะหยี่ระกับสถานการณ์ของการระบาด COVID-19 เท่าไหร่ ผมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่า เขามีตังค์มั้ง? แต่อีกด้านหนึ่ง ยอดการสั่งซื้อสินค้าของเขา เท่าที่ผมรู้หายไปเกือบหมด แต่เขาก็ยังทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

เพื่อนที่ไต้หวันก็จะแย่กว่าอีกสองคนที่กล่าวมา เพื่อนคนนี้เขาเปิดธุรกิจร้านอาหารประเภท Fast Food ซึ่งทราบมาว่าร้านอาหารที่นั่นก็ไม่สามารถให้ลูกค้าเข้าไปนั่งทานที่ร้านได้ ก็จำเป็นต้องปิดร้านไปหลายร้านเหมือนกันครับ เขาบอกว่ายากลำบากมาก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้สถานการณ์กลับคืนมาโดยเร็วเถอะ พระเจ้าได้โปรดอย่าได้ทำโทษมนุษย์มากไปกว่านี้เลยครับ

ส่วนเพื่อนที่ประเทศไทยเรามีอยู่คนหนึ่ง คนนี้เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เคยเเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วยกัน เขาเพิ่งจะเปิดร้านขายไก่ทอดได้ไม่นาน ตอนนี้ก็จำเป็นต้องปิดร้านไปโดยปริยายครับ ทั้งๆที่ลงทุนเครื่องไม้เครื่องมือไปเยอะมาก เขาได้ไลน์เข้ามาหาผม และบอกว่า “พี่ช่วยแนะนำผมหน่อย ผมอยากทำการค้ากับเมียนมา ผมชอบประเภทซื้อมาขายไป”

ตอนแรกที่อ่านไลน์ ผมยังนึกว่าเขาจะมาแซวผมเล่นเท่านั้น แต่พอผมโทรศัพพ์เข้าไปหาเขา จึงทราบว่าเขาไม่ได้พูดเล่น แต่เท่าที่ผมทราบมาว่า น้องเขาทำธุรกิจรีสอร์ทอยู่ที่ภูเก็ต ผมจึงถามไปว่า ช่วงนี้รัฐบาลมีนโยบายจัดทำโปรเจ็คภูเก็ตแซนด์บล็อก  น่าจะได้อานิสงส์บ้างไม่มากก็น้อย เขาบอกว่า เปล่าเลยครับ เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ไม่ได้เข้ามามากพอที่จะกระจายได้ครบทุกคน

ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่พอจะได้รับอานิสงส์บ้าง ส่วนของเขาเล็กๆ และไม่ได้อยู่ในบริเวณที่พลุกพล่าน จึงไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย ตอนที่คุยกันอยู่นั้น ผมกำลังทานข้าวเที่ยงอยู่

ผมจึงส่งภาพอาหารบนโต๊ะอาหารของผมให้เขาดู และบอกเขาไปว่า ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่สุด อาหารกลางวันที่ทานก็ให้แม่บ้านออฟฟิศเป็นคนทำให้ทาน ก็เป็นอาหารที่ง่ายๆสองอย่างก็พอเพียงแล้ว หากทุกครอบครัวมีเงินที่เตรียมรับมือสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ สักเดือนละหมื่นบาท สำหรับการดำรงค์ชีวิตให้ผ่านไปได้ในช่วงนี้ ก็จะสามารถใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้ไม่ยาก

อีกอย่าง ผมเชื่อว่าวันนี้ภาษีสังคมที่เราทุกคนต้องมี ก็ลดน้อยลงไปเยอะมากแล้ว ถ้ารายได้จะลดลงไปบ้าง ก็จะกระไรเสียละครับ เอาชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยก่อนเถอะ เรื่องธุรกิจอย่างเพิ่งไปใส่ใจกับมันให้เครียดเลยครับ “ทำใจร่มๆไว้ อยู่ให้เป็น” ก็จะสบายใจขึ้นครับ

มีเพื่อนอีกท่านหนึ่ง ทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ที่ใหญ่โตมาก รายนี้เป็นสายธรรมเข้าวัดเข้าวาเป็นประจำ เป็นกัลยาณมิตรของผมที่เคารพรักกันมาก ก็ได้โทรศัพพ์มาให้กำลังใจกันทุกครั้งที่มีปัญหาครับ

ท่านบอกผมว่า อย่าได้ไปเครียดกับสถานการณ์โรคระบาดเลยนะ เพราะทุกคนก็โดนมันเล่นงานกันไปหมดทุกคนแหละ และท่านก็เชื่อว่าคนที่มีจิตเมมตาและใจที่เป็นกุศล จะรอดปลอดภัยจากเจ้าโรคร้ายนี้แน่นอน ดังนั้นอย่าได้กังวลใจ ผมก็ตอบท่านไปว่า ผมไม่ได้เครียดเลยครับ ผมมีแต่เป็นห่วงว่าสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆมากกว่า

ซึ่งเขาก็พูดต่อว่า “คุณกริช คุณเชื่อมั้ยว่านี่คือโลกกำลังเอาคืนมนุษย์ เพราะหากจะสังเกตุให้ดีๆ สัตว์เลี้ยงในบ้านของผู้ป่วยโควิด เช่นหมู หมา กา ไก่หรือแมว ทำไมไม่เห็นสัตว์เหล่านั้นจะติดเชื้อร้ายของโรคระบาดโควิดเลย นั่นเป็นเพราะกรรมที่มนุษย์สะสมสร้างมาช้านาน บัดนี้กรรมเหล่านั้นกำลังย้อนมาที่มนุษย์เราแล้ว”

เออเนอะ ท่านก็ช่างมองไปอีกทางเลยเนอะ!!!!