Home Editorial เมียนมาไม่ร่มเย็นอีกแล้ว

เมียนมาไม่ร่มเย็นอีกแล้ว

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้พยายามที่จะสื่อออกไปให้เราชาวไทยได้เห็นถึงความยากลำบากของชาวเมียนมาในวันนี้ ที่ถูกกระหน่ำซ้ำเติมด้วยเจ้าโรคร้าย COVID-19 ระลอกที่สาม ที่เข้ามาร่วมผสมโรง ทำให้ทั้งเศรษฐกิจและสังคมเมียนมาของประเทศเมียนมาช้ำชอกหนักมากๆ ที่น่าเห็นใจที่สุดคือชาวบ้านตาดำๆ ที่ต้องดิ้นรนเพื่ออยู่เพื่อกินนี่แหละครับ น่าเห็นใจเป็นที่สุด

ในช่วงที่เจ้าวายร้าย COVID-19 ระลอกสองที่เข้ามาสู่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมปีที่ผ่านมา ทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ก็ได้ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรหลายภาคส่วน ทำการร่วมกันบริจาคเวชภัณฑ์และโรงพยาบาลสนามไปให้ประชาชนเมียนมา ผ่านทางรัฐย่างกุ้ง โดยท่านรัฐมนตรีหรือจะเรียกว่ามุขมนตรีประจำรัฐย่างกุ้ง ท่าน U Phyo Min Thein เป็นผู้รับมอบไป

แต่ปัจจุบันนี้ท่านได้ถูกจับกุมดำเนินคดีการเมืองอยู่ ตัวผมเองก็ได้รับของขวัญอันไม่พึงปารถานา ด้วยการเรียกให้ส่งใบสำแดงการนำเข้าพร้อมทั้งภาพถ่ายสินค้าไปให้ทางการเมียนมาด้วย เรียกว่าเล่นเอาเราไปไม่เป็นเช่นกันครับ เพราะมันผ่านไปตั้งร่วม 10 เดือนมาแล้ว รูปถ่ายผมก็ไม่ค่อยจะได้เก็บเสียด้วยสิ

แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีครับ เกรงอย่างเดียวคือจะทำให้ท่านมุขมนตรีได้รับผลกระทบหรือไม่เท่านั้นแหละครับ ดังนั้นครั้งนี้หากมีการดำเนินการช่วยเหลือให้แก่ประชาชนอีกครั้ง คงต้องรัดกุมและระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งแหละครับ

เมื่อสองสามวันก่อน ข่าวคราวของการขาดแคลน Oxygen รวมทั้งถังบรรจุที่ประเทศเมียนมารุนแรงมากๆ ที่น่าเวทนาที่สุดคือภาพข่าวในหน้า Facebook ที่สื่อออกมา เป็นภาพที่ประชาชนไปเข้าแถวต่อคิว เพื่อนำเอาถังที่ไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ไปบรรจุ Oxygen อีกทั้งสภาพของถังนั้น ต้องบอกว่าดูไม่จืดเลยครับ

อีกทั้งยังมีภาพที่มีประชาชนที่เขาไม่มีทางเลือก นำเอาเครื่องผลิต Oxygen แบบที่เราเคยเห็นบ้านเรานำมาใส่ตู้ปลาสวยงามนั่นแหละครับ แล้วนั่งล้อมวงต่อสายกัน บางภาพที่เห็น ก็เอาใบไม้มาใส่จาน แล้ววางใกล้ๆผู้ป่วย เพื่อหวังว่าจะมี Oxygen ออกมาจากใบไม้บ้าง ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าคิดไปได้เนอะ

ช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมก็ได้รับโทรศัพพ์จากเพื่อนรุ่นน้องชาวเมียนมา ที่เป็นประธานรุ่นของกลุ่ม Yendee Myanmar ซึ่งกลุ่มนี้เป็นการดำเนินการของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์สมัยที่ท่านอธิบดีอดุลย์ โชตินิสากรณ์ เป็นผู้ก่อตั้ง ได้นำเอานักธุรกิจรุ่นใหม่ของประเทศในแถบ CLMV มาร่วมกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ของประเทศไทยเรา จัดการอบรมความรู้ด้านบริหารจัดการร่วมกัน

กลุ่มนี้หลังจากกลับไปประกอบอาชีพที่ประเทศเมียนมา เขาได้มีการรวมกลุ่มกันเหนียวแน่นมากครับ วันนี้ได้โทรมาเล่าถึงสถานการณ์ที่เมียนมาให้ผมฟัง บอกว่าที่นั่นขาดแคลนถังบรรจุ Oxygen อย่างมาก ผมได้สอบถามไปว่า เท่าที่ผมทราบเมื่อ 5-6 วันก่อน ได้มีรถยนต์บรรทุกแบบแคปซูลส่ง Oxygen เข้าไปแล้ว

เขาบอกว่าแม้จะมีการขนส่งด้วยรถเข้าไปถึงที่เมืองย่างกุ้งแล้ว แต่ถ้าไม่มีถังบรรจุ ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นความต้องการที่จะให้บริการช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิด ก็ไม่เพียงพออยู่ดีครับ เขาฝากให้ผมช่วยสื่อไปยังกลุ่มกาชาดสากลให้ด้วย

เพราะปัจจุบันนี้ ประเทศเมียนมาเหมือนถูกโดดเดี่ยวมาก สงสารแต่ประชาชน ที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีใครบ้างที่เป็นรายต่อไป เพราะหากติดเชื้อเจ้าวายร้ายนี้เข้าไปแล้ว หากยังเป็นสภาพเช่นนี้ต่อไป มีหวังว่าคงมีแต่รอความตายเท่านั้น

ก็น่าเห็นใจมากๆครับ ในส่วนคำถามที่ว่า ถัง Oxygen ที่ประเทศเมียนมามีอยู่นั้น ทำไมจึงไม่เพียงพอ ต้องตอบว่าในสถานการณ์ปกติ ทางโรงพยาบาลเท่านั้นที่มีการใช้ถัง Oxygen ประชาชนทั่วไป ไม่มีใครเขาเก็บถัง Oxygen ไว้ในบ้านหรอกครับ เพราะไม่รู้จะเอามาใช้ทำอะไรได้ อีกอย่างที่ประเทศเมียนมา ไม่มีโรงงานผลิตถัง Oxygen

ดังนั้นเขาจึงหาซื้อจากประเทศไทย จีน และอินเดียเป็นหลัก แต่พอเกิดสภาวการณ์เช่นนี้ ทุกๆประเทศก็จำเป็นที่จะต้องนำมาใช้ภายในประเทศก่อน  ผมเชื่อว่าวันนี้คงจะมีผู้ประกอบการที่อยู่ตามชายแดน คงมีหลายท่านที่ต้องการอยากจะช่วยเขา ด้วยการส่งถัง Oxygen ไปขายให้เขา

เพราะวันนี้ประเทศเมียนมาไม่ได้ร่มเย็นอีกแล้ว สารพัดปัญหาที่ถาถมเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคระบาดร้ายแรงนี้ ดังนั้นสินค้าเพื่อสุขอนามัยและเวชภัณฑ์ จึงเป็นที่ต้องการของประชาชนคนเมียนมาอย่างยิ่งครับ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้

การส่งออกสินค้าเวชภัณฑ์และยารักษาโรค ต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดีก่อน คงต้องขออนุญาตจากกรมศุลกากรให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยนะครับ ผู้ส่งออกที่อยู่ตามชายแดน หากมีความประสงค์จะดำเนินการใดๆ ควรศึกษาให้ละเอียดรอบคอบก่อนจะดีที่สุดนะครับ