Home Editorial สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพ…..

สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพ…..

อาทิตย์ที่ผ่านมา มาเพื่อนๆ หลายท่านส่งข้อความมาถามไถ่ เกี่ยวกับสถานการณ์การประท้วงในประเทศเมียนมาว่า “ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นมีข่าวประท้วงที่รุนแรงเหมือนเดือนมีนาคมเลย และเห็นคุณกริชเขียนบทความในทำนองให้เตรียมตัวเข้าไปทำการค้าในย่างกุ้งได้แล้ว แสดงว่าสงบลงแล้วใช่หรือไม่” ผมก็ได้ตอบไปว่า “สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” เชื่อว่าสถานการณ์ในประเทศเมียนมาน่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งเป็นแน่ครับ

สังเกตุได้จากปัจจัยหลายๆ อย่างในประเทศเมียนมา ว่าทำไมผมจึงคิดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง เหตุผลและปัจจัยหลายอย่างที่ผมจะขอนำมาวิเคราะห์ด้วยสายตาของผู้ประกอบการคนหนึ่ง ให้ทุกท่านลองพิจจารณาดูนะครับ จะผิดจะถูกก็คงไม่ว่ากันนะครับ

ปัจจัยแรกที่มองคือ หลังจากที่ท่านพลเอก อาวุโส เมียน อ่อง หล่าย กลับมาจากการประชุมผู้นำอาเชียนที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดเนเซีย ซึ่งได้ร่วมกับผู้นำอาเชียนตกลงบันทึกสัตยาบัน 5 ข้อไป พอกลับมาถึงประเทศเมียนมา สถานการณ์จากทางฝั่งรัฐบาลทหารจะสงบนิ่งลงไปพอสมควร แต่ทางฝั่งกองกำลังชนชาติพันธ์หลายๆแห่ง ก็หาได้ลดระดับการปฎิบัติการลงไปไม่ เราจะเห็นข่าวการบุกเข้าไปถล่มฐานที่มั่นของฝ่ายรัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง และทางฝั่งทหารรัฐบาลเองก็ไม่ได้ลดราวาศอกลงเลย มีการตอบโต้ที่หนักหน่วงเป็นหลายเท่า ทั้งอาวุธหนักเบา และรถถัง(ที่ก่อนหน้าไม่ได้มีการนำออกมาใช้ตอบโต้) และเครื่องบินอยู่เป็นเนืองๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ คงยากที่จะเจรจากันได้เลยครับ 

ประการที่สอง แม้การเดินขบวนประท้วงบนท้องถนนจะเบาบางลงไปเยอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทางฝั่งของ CDM และพรรค NLD จะยอมรับการปกครองของทหาร เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเงาก่อนหน้านี้ ได้เพิ่มบทบาทด้วยการออกข่าวทางสื่อโซเชี่ยลที่มากขึ้นและถี่ขึ้นกว่าเดิมเยอะ นั่นทำให้ทางฝั่งรัฐบาลทหารก็เร่งเพิ่มการปราบปรามที่รุนแรงมากขึ้นด้วยเช่นกัน สังเกตุเห็นได้จากการออกหมายจับที่มีมากถึงยี่สิบกว่าฉบับ  ผู้ถูกออกหมายจับเกือบพันราย มีทั้งดารานักแสดง นักร้อง แพทย์พยาบาล และบุคคลากรทางการแพทย์ ครูบาอาจารย์ นักเรียนนักศึกษา และกลุ่มผู้ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงทั้งหลายเป็นต้น ดังนั้นเป็นการยากที่จะปราบปรามจนสงบลงได้ มีแต่จะทำให้ผึ้งแตกรัง กระเซ็นกระสายกันหลบลี้หนีภัย พวกนี้จะเป็นคลื่นใต้น้ำ ที่จะต้องค่อยๆออกมาดำเนินการที่อยู่ใต้ดินมากกว่าอยู่บนดินครับ แล้วความสงบจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ประการที่สาม การเปลี่ยนรูปแบบจากการประท้วงแบบเปิดเผยและอาริยะขัดขืน ซึ่งที่ผ่านมาจะถูกทางฝ่ายรัฐบาลปราบปรามได้ง่าย มาเป็นการประท้วงแบบดาวกระจาย นั่นหมายความว่าเป็นการแบ่งกลุ่มกันประท้วงตามหัวเมืองต่างๆ หรือแม้แต่ในกรุงย่างกุ้งเองก็กระจายไปตามเขตต่างๆ เพื่อทำให้เกิดความยุ่งยากในการวิ่งไล่ตามจับจากฝากฝั่งรัฐบาล เพราะต้องแบ่งกำลังพลออกไปตามจุดต่างๆ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอย่างที่ฝั่งผู้ประท้วงคิด เพราะทหารเขาเล่นแรง การบดขยี้ไล่ยิงไล่จับ ทำให้ไม่สามารถเดินขบวนได้ง่ายๆ ดังนั้นล่าสุดก็เกิดมีมือที่มองไม่เห็น อาศัยช่วงเวลากลางคืน เล่นระเบิดปิงปองไปลงตามจุดต่างๆที่เป็นที่ทำการของรัฐบาล ช่วงแรกๆก็ปั่นป่วนอยู่สักพัก แต่พอฝั่งรักษาความสงบจับทางได้ ก็เปลี่ยนมาลงในเวลากลางวันเสียเลย ซึ่งเป็นเช่นนี้ ผมก็มองว่ารัฐบาลทหารคงไม่ยอมลดความเข้มข้นลงแน่นอน การเลือกตั้งก็คงจะไม่สามารถทำได้ภายในเร็ววันตามคำสัญญา เผลอๆคงถูกลากยาวออกไปอย่างไม่มีกำหนดที่แน่นอนอีก ดังนั้นคงจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งนะครับ กว่าเราจะเห็นสันติสุขและความสงบได้ 

ประการที่สี่ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางท่านพลเอก อาวุโส เมียน อ่อง หล่าย ได้ให้นักข่าวสถานีโทรทัศน์ฟีนิกซ์ของจีน สัมภาษณ์ทางออนไลน์ เพื่อนำมาออกอากาศที่จีนและฮ่องกง ท่านได้แสดงจุดยืนในการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนี้อย่างชัดเจน อีกทั้งมีการแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในสถานการณ์ที่ประเทศเมียนมาว่าท่านจะเอาอยู่แน่นอน ส่วนรายละเอียดการให้สัมภาษณ์ คงต้องไปหาชมเอาเองนะครับ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ ทางฝากฝั่งผู้ชุมนุมประท้วง ซึ่งผมก็เชื่อว่าเขาคงได้เห็นคำพูดให้สัมภาษณ์ทางสื่อออนไลน์นี้เรียบร้อย เขาจะคิดอย่างไรคงไม่ต้องไปทำนายให้ยุ่งยากครับ เชื่อแน่ว่าทุกคนคงคิดเหมือนผมแน่ๆ ดังนั้นความสงบจะกลับมาอีกครั้งคงยากมากครับ

ประการที่ห้า หลังจากการประชุมผู้นำอาเชี่ยนที่กรุงจาการ์ตาจบสิ้นลง ฝั่งประเทศอาเชี่ยนที่จะจัดตั้งผู้แทนพิเศษเข้าไปเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในขบวนการสันติภาพในประเทศเมียนมา ก็ไม่มีความคืบหน้าเลย มีแต่ข่าวที่ต่างประเทศออกข่าวมา ในทำนองว่าสมาชิกประเทศอาเชี่ยนเอง ยังไม่มีเอกภาพในการจัดการเรื่องนี้ นี่ก็เป็นที่น่ากังวลใจ ว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ ความคาดหวังที่จะได้เห็นความสงบในประเทศเมียนมา คงต้องรอออกไปอีกนิดแน่นอนครับ        

ทั้งหลายทั้งมวล นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในปัจจัยที่จะเป็นอุปสรรคของสันติภาพและความสงบในประเทศเมียนมาครับ ยังไม่นับรวมอุปสรรคที่เกิดจากชนชาติพันธ์ และความไม่สะดวกภายในประเทศเมียนมา ที่เกิดจากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ระลอกสาม ซึ่งเรื่องนี้อาทิตย์ต่อๆไป ผมจะมาวิเคราะห์ให้อ่านเล่นนะครับ เพราะว่ามันเกี่ยวพันมาที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทยเราด้วยครับ โปรดคอยติดตามอ่านนะครับ