Home Editorial ข้าวโพดเมียนมากับการนำเข้าอันดับ1 ของไทย

ข้าวโพดเมียนมากับการนำเข้าอันดับ1 ของไทย

67
0

เมียนมาถือเป็นอีกหนึ่งประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่มีรายได้จากภาคเกษตรกรรม ทั้งจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ให้ความสนใจในพืชเศรษฐกิจของเมียนมาเป็นอย่างมาก เมียนมามีข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส่งออกเป็นอันดับ1ของประเทศ รัฐบาลเมียนมากเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนให้มีการพัฒนาเพื่องส่งเสริมการค้าการลงทุน ด้วยการณ์นี้การสร้างสาธารณูปโภคในพื้นที่เพาะปลูกอันห่างไกล จัดสรรไฟฟ้าและพัฒนาการขนส่ง ลดช่องว่างของการเกิดปัญหาและมุ่งหวังการกระจายผลผลิตจากฟาร์มสู่ผู้บริโภค คือสื่งที่นักธุรกิจไทยเห็นได้ว่ารัฐบาลเมียนมามีความเอาจริงเอาจังและอำนวยความสะดวกดียิ่งขึ้นหากมองภาพจากอดีตสู่ปัจจุบัน

จุดประสงค์หลักของบทความนี้จะแบ่งปันในเรื่องข้าวโพด พืชเศรษฐกิจอันดับสองรองจากข้าว จากในช่วงปี 1990 จีนคู่ค้ารายใหญ่นำเข้า ข้าวโพดกว่า 90 เปอร์เซ็นของข้าวโพดที่เมียนมาผลิตได้ เห็นได้จากผลิตผลข้าวโพดเมียนมานั้นกระจายไปทั่วท่าเรือสำคัญๆ อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวันและฮ่องกง ในความรุ่งเรืองของการส่งออกไปยังท่าเรือเอเชียนั้นก็ประสบปัญหาเมื่อต้นปี 2019 ทางการจีนระงับการนำเข้าข้าวโพด เป็นเวลา 9 เดือน สถานการณ์วิกฤตของผลผลิตนี้เป็นโอกาสให้กลุ่มประเทศอาเซียนนำเข้าข้าวโพดจากเมียนมา การเจรจาสำเร็จด้วยดีในเดือนตุลาคม 2019 โดยประเทศไทยผู้นำเข้าข้าวโพดเมียนมาเป็นประเทศหลักมาจนถึงปัจจุบัน โดย 2019 ที่จีนนำเข้า 150,000 ตัน ในขณะที่ไทยนำเข้า 600,000 ตัน [1]

เมียนมาปลูกข้าวโพดที่ใช้ในอุตสากรรมได้ทั่วประเทศยกเว้นรัฐมอญ พื้นที่ที่ปลูกเยอะที่สุดคือรัฐฉานประมาณ 50 เปอร์เซ็นของผลผลิตทั้งหมด ฤดูเก็บเกี่ยวหลักคือฤดูมรสุม โรงงานแปรรูปข้าวโพดหรือโรงงานผลิตอาหารสัตว์ก็ตั้งอยู่ในย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และรัฐฉาน  กว่า 12 โรงงาน(ข้อมูลปี 2019) 5 บริษัทต่างชาติที่เป็นคู่ค้าหลักคือ CP (ไทย) Japfa (อินโดนีเซีย) Sunjin (เกาหลีใต้) New Hope (จีน) และ Deheus (เนเธอแลนด์)[2]

คำแนะนำสำหรับโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตทางเกษตรโดยเฉพาะข้าวโพด ทางผู้ประกอบการเมียนมายังคงต้องการเพิ่มคุณภาพของข้าวโพดเพื่อนำไปต่อยอดทั้งปัญหาความชิ้นและเกรด รวมถึงความ]fบกพร่องในการทำให้ได้ถึงมาตรฐานที่สามารถนำไปสู่การรับรองมาตรฐานสากล เห็นได้ชัดเจนว่าในภาพรวมเกษตรกรและรัฐบาลเมียนมามีจุดมุ่งหมายไปในทิศทางเดียวกัน ทางนักธุรกิจไทยคงจะเห็นโอกาสจากบทความนี้ แน่นอนว่าหากท่านสนใจที่อยากจะปรึกษาเรื่องทิศทางและแนมโน้มทางการค้า ติดต่อสภาธุรกิจไทย-เมียนมามาได้ที่ thaimyanmar.fti@gmail.com


[1] https://www.mmtimes.com/news/maize-could-be-next-big-agriculture-export-myanmar.html

[2] Export, Market potential and Maize product in Myanmar by Khaing Khaing Htwe https://www.researchgate.net/publication/339900261_Maize_market_paper-final