Home Editorial จับตา สถานการณ์ในเมียนมา

จับตา สถานการณ์ในเมียนมา

174
0

โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในประเทศเมียนมา ผมได้รับเชิญไปสัมภาษณ์และออกอากาศหลากหลายรายการในทุกๆสื่อ เรียกว่าไม่ขาดสายเลยครับ สิ่งหนึ่งที่จะนำมาเล่าตลอด คือความเป็นประชาธิปไตยของแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกันมาก และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายจริงๆ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากๆ จนกระทั่งทำให้เราเอง หากละสายตาจากข่าวภายในเมียนมา แค่ไม่กี่ชั่วโมง ข่าวที่เคยวิเคราะห์ไว้ อาจจะไม่ทันเหตุการณ์แล้วก็ได้ครับ

ในช่วงที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้ แรกๆก็คิดในใจว่า ประชาชนชาวเมียนมา ที่เคยได้บทเรียนจากการประท้วงและถูกกองกำลังรักษาความสงบในประเทศ ใช้กำลังเข้าปราบปราม คงจะไม่กล้าที่จะเดินออกมาบนท้องถนน ที่ไหนได้ บ่ายของวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ กลับมีคนออกมาเดินขบวน เรียกร้องประชาธิปไตยกันหนาตาทีเดียว เริ่มจากเขตเลดัน เมืองย่างกุ้ง  ต่อมาในเมืองมัณฑะเลย์ เมืองพะโค เมืองตองจี เมืองหลวงของรัฐฉานตอนใต้ และในวันอาทิตย์ก็ลามไปยังเมืองอื่นๆอีกหลายเมือง เช่นที่เมืองเมียวดี ฝั่งตตรงข้ามแม่สอด และเมืองอื่นๆอีกหลายเมือง ได้มีผู้เรียงร้องประชาธิปไตยออกมาเดินขบวนตามท้องถนน เท่าที่ดูด้วยสายตา แต่ละเมืองน่าจะมีมากเกินหลายพันคนเลยที่เดียว

ในขณะที่ในเมืองย่างกุ้งเอง ตอนสองทุ่มตรงก็ยังมีการแสดงออกด้วยอารยะขัดขืน ด้วยการเคาะตีหม้อกระทะดังสนั่นไปทั่วเมืองติดต่อกันมาสามสี่วันแล้ว และในวันอาทิตย์เริ่มขยายเวลาตีหม้อตีกระทะ เป็นตอนเช้า เที่ยง และบ่าย ค่ำ สี่เวลาเป็นระยะๆ ในภาคส่วนอื่นๆเช่น บุคลากรทางการแพทย์และแรงงาน เริ่มจะมีปฎิกริยาออกมาอย่างต่อเนื่องและ ผมคาดว่าอาจจะลามไปทั่วทุกหน่วยงานก็เป็นได้ เหตุการณ์เช่นนี้ ถ้าในมุมมองของผม ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ทหารออกมาปราบปรามสลายการชุมนุมในช่วงที่มีการประท้วงเรื่องที่รัฐบาลสั่งให้ลอยตัวค่าน้ำมันในช่วงต้นๆของปีค.ศ. 2000  จึงพอจะเห็นภาพความเด็ดขาดของทหารเมียนมาได้เป็นอย่างดี และน่ากังวลใจเป็นอย่างยิ่งครับ

แน่นอนว่ายุคสมัยนี้ได้เปลี่ยนไปเยอะมากแล้ว อีกทั้งการข่าวที่ออกมาทางสื่อต่างๆ แม้ว่ารัฐบาลใหม่ของเมียนมา จะได้ทำการตัดการสื่อสารในรูปแบบต่างๆออกไป โดยในวันเสาร์ที่ 6 ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับภายในย่างกุ้งได้เลย จนกระทั้งบ่ายโมงของวันอาทิตย์ที่ 7 จึงสามารถติดต่อได้อีกครั้ง นั่นเป็นเพราะเพื่อไม่ให้ฝ่ายที่จะทำการประท้วงปลุกระดมผู้คนออกมาเดินขบวนได้ แต่อย่างไรก็ตาม ข่าวที่ออกมาทาง Facebook ของผู้คนที่อยู่นอกประเทศเมียนมา ก็ยังสามารถหาเสพได้ไม่ลำบากยากเย็นนัก ส่วนการประท้วงที่กำลังดำเนินต่อไปนั้น เท่าที่ดูด้วยสายตา ผมเห็นแต่คนหนุ่มคนสาวที่ออกมาเดินบนท้องถนน ส่วนคนที่มีอายุเกิน 50 ปีไปแล้ว จะเห็นน้อยมาก นี่เป็นสิ่งที่อยากจะนำมาเล่าให้ฟังครับ