Home Editorial “แรงงานอพยพต่างชาติ (2)

“แรงงานอพยพต่างชาติ (2)

56
0

โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

อาทิตย์ก่อนโน้น ผมได้เขียนเรื่องแรงงานอพยพต่างชาติตอนที่ 1 ไปแล้ว ปรากฏว่ากำลังจะเขียนตอนที่ 2 ต่อเนื่องจากตอนแรก ทางชายแดนเมียวดีก็ได้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมา เลยต้องสอดแทรกบทความเรื่องชายแดน แดนอันตรายเข้าไปก่อนหนึ่งครั้ง อาทิตย์นี้เลยต้องมาขอเอาเรื่องแรงงานต่างชาติเข้ามาเพิ่ม เพื่อให้จบได้อย่างสมบูรณ์ หวังว่าจะไม่ทำให้ท่านผู้อ่านเสียอรรถรสในการติดตามอ่านนะครับ 


อาทิตย์ก่อนเรามารู้จักกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างชาติ (ซึ่งอันที่จริงจะมีเพียงแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า) วันนี้เรามาดูรายละเอียดต่อไปเลยนะครับ แรงงานที่เข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดถึงเก้าสิบกว่าเปอร์เซนต์เลยทีเดียว โดยมีอัตราส่วนจากประเทศเมียนมามากที่สุด คือร้อยละ 64.5% รองลงมาจะเป็นแรงงานจากประเทศกัมพูชาร้อยละ 23,5% จากสปป.ลาว อีก 12% และสุดท้ายจากประเทศเวียดนามไม่ถึง 0.001% ไม่มีนัยยะสำคัญเลยก็ว่าได้ (ข้อมูลจากสถิติของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน) สถิติในเดือนพฤษจิกายน 2562 ทั้งหมด 4 ประเทศนี้ มีแรงงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยรวมทั้งหมด 2,082,552 คน ที่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมายหรือที่เรียกว่ามาตามระบบ MOU มีทั้งหมด 815,845 คน และเข้ามาตามมติครม 1,266,011 คน และเป็นแรงงานที่ไร้ฝีมือเป็นส่วนมาก แรงงานที่เป็นแรงงานมีฝีมือจะเป็นส่วนน้อยมากๆ 



แรงงานไร้ฝีมือที่มาจากประเทศเมียนมามีมากถึง 1,198,920 คน รองลงมาก็มาจากประเทศกัมพูชามี 425,991 คน จากประเทศลาวมี 225,976 คนและมาจากประเทศเวียดนาม 9 คน ส่วนงานที่แรงงานต่างชาติ ที่เข้ามาทำงานในภาคธุรกิจต่างๆมีดังต่อไปนี้ (1) กิจการก่อสร้าง 33.5% (2) กิจการที่ให้บริการต่างๆ 18% (3) กิจการด้านการเกษตรและปศุสัตว์ 17.8% (4) ภาคธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 16.2% (5) กิจการต่อเนื่องจากการเกษตร 14.4% (6) กิจการอื่นๆ 0.1% ต้องบอกว่าสถิติเหล่านี้ เป็นสถิติที่ได้มาก่อนเกิดภาวะCOVID-19 นะครับ ส่วนหลังจากเกิดปัญหาเจ้าวายร้ายผีน้อย COVID-19 อาละวาดแล้ว ตัวเลขคงลดลงไปอีกเยอะ แต่สัดส่วนนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากสักเท่าไหร่หรอกครับ

      

เมื่อเราทราบว่าสัดส่วนต่างๆที่เกิดขึ้น แรงงานต่างชาติจากประเทศเมียนมา เป็นอัตราส่วนที่มีมากที่สุด และเราก็ทราบว่าภาคธุรกิจที่เป็นแรงงานก่อสร้าง แรงงานผลิตต่างๆ เป็นสัดส่วนที่มากที่สุดแล้ว เราก็จะต้องมาดูว่า วันนี้เกิดสภาวะแพร่ระบาดของเจ้าวายร้ายผีน้อย COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ได้แพร่มาจากประเทศเมียนมา ที่เกิดขึ้นหลังจากเดือนสิงหาคมปี 2563 เนื่องจากทางประเทศเขาได้เกิดอาการเป๋ไปเป๋มา เพราะโดนรุมกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์จากเมืองชิตต่วย รัฐยะไข่ เราคงต้องมาจับตามองกันให้ชัดๆว่า แล้วเราจะไปกล่าวโทษเขา หรือสกัดกั้นเขาไม่ให้เขาเข้ามาได้หรือไม่ คำตอบคือ “เป็นไปไม่ได้”หรอกครับ เมื่อน้ำท่วมนาริมนาข้างบ้านเรา คันนาเราเป็นเพียงคันนาเตี้ยๆ แล้วจะห้ามไม่ให้น้ำไหลเข้านาเรา เป็นไปไม่ได้ฉันใดก็ฉันนั้น ด่านธรรมชาติประเทศเรากับประเทศเขายาวกว่า 2,400 กิโลเมตร ช่องทางธรรมชาติเยอะมากๆ เราจะทำได้อย่างไรละครับ

คงต้องมาดูว่าแรงงานส่วนใหญ่อยู่ที่ไหนของประเทศไทยเรา ชุมชนเขามีอยู่ที่ไหน ผมพูดตรงๆเลยว่า ในกรุงเทพมหานครนั้น มีชุมชนชาวเมียนมาเยอะมาก ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะจับกลุ่มอยู่กันอย่างเนื่องแน่น บางแห่งเขามีการค้า-ขายสินค้าเมียนมากันเอง โดยที่เราๆท่านๆไม่รู้เลย อย่างเช่นในตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดบางกระปิ ตลาดคลองเตย ฯลฯ เขามีขายหมากสำหรับชาวเมียนมา ที่นิยมรับประทานกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เขามีขายอาหารเมียนมาที่เขาชอบทานกัน เช่นบาลาจอง(น้ำพริกเมียนมา) หรือยาสมุนไพรต่างๆของเมียนมา ชาตรา Royal ซองสีเขียวๆที่ชาวเมียนมาชอบดื่ม ฯลฯท่านไม่ต้องไปซื้อหาที่เมียนมาหรอกครับ ที่ใจกลางเมื่องกรุงเทพฯ หาซื้อได้ง่ายมากๆ เพราะที่กรุงเทพมหานครแทบจะทุกเขต ล้วนมีชาวเมียนมาอาศัยอยู่ทั้งสิ้นครับ

บางชุมชนเราเองคงคาดไม่ถึง พอถึงวันเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่ชาวเมียนมาเขาให้ความสำคัญ เช่นงานเข้าพรรษา งานออกพรรษา งานวันสงกรานต์ งานวันลอยกระทง วัดหลายๆวัดที่เป็นที่นิยมของชาวเมียนมา เขาจะนัดแนะกันไปทำบุญกันที่วัดนั้นๆกันเนืองแน่นมาก ที่ผมกล่าวมานี้คือในกลางเมืองกรุงเทพฯนะครับ อย่าคิดว่าผมพูดถึงกรุงย่างกุ้ง หรือแม้แต่บางชุมชนในชานเมืองกรุงเทพฝั่งธนฯ ยังมีหมอผีที่ชาวเมียนมาส่วนหนึ่ง ที่มีความเชื่อในไสยศาศตร์ มาฝังตัวตั้งสำนักเข้าทรงเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยให้ชาวแรงงานเมียนมาอยู่เลยครับ 
     

ผมเชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้ ฝ่ายความมั่นคงของประเทศไทยเรา ท่านคงจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วครับ เพียงแต่ท่านจะมีการประสานงานกันกับหน่วยงานสาธารณสุข ในการให้การเฝ้าระวัง และช่วยกันสกัดกั้นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเจ้าวายร้ายผีน้อย COVID-19 กันอย่างไร ขอเพียงฝ่ายความมั่นคงอย่าไปไล่จับเขา ต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ให้มากๆ ใช้จิตวิทยาในการชักจูกเขา ให้เขาเข้ามารับการตรวจจากเรา เพื่อไม่ให้โรคระบาดมันบานปลายออกไป จึงจะเข้าท่ากว่านะครับ ถ้าใช้หลักนิติศาสตร์เข้าจับกุม ขับไล่เขาออกนอกประเทศ รับรองงานนี้มีกระเจิง เพราะการที่กว่าเขาจะเข้ามาสู่ประเทศไทยเพื่อหางานทำได้ เขาต้องเสียเงินเสียทองไปมากมายเท่าไหร่ เขาจึงจำเป็นต้องหนีเพื่อเอาตัวรอดแน่นอนครับ แล้วเราจะมีแต่เสียกับเสียครับท่าน