Home Editorial โครงการมิตรภาพปันน้ำใจสู้ภัย COVID-19 เมียนมา ครั้งที่ 2

โครงการมิตรภาพปันน้ำใจสู้ภัย COVID-19 เมียนมา ครั้งที่ 2

290
0

ในวันที่ 21ธันวาคม 2563 นี้ ทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมาจะมีพิธีการส่งมอบโรงพยาบาลสนามพร้อมทั้งชุด PPE ทั้งหมด 1800 ชุดให้แก่รัฐบาลประเทศเมียนมาโดยจะได้จัดขึ้นที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ซึ่งในการนี้ ทางคณะกรรมการสภาธุรกิจไทย-เมียนมา และท่านประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อีกทั้งผู้มีจิตอันเป็นกุศลที่เป็นพันธมิตรได้ร่วมมือร่วมแรงกัน จึงได้เกิดโครงการนี้ขึ้น

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางประเทศเมียนมาโชคร้ายที่ได้มีการระบาดของ COVID-19 ระลอกสองเกิดขึ้น โดยเริ่มจากวันที่ 27 กรกฏาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อเพียง 350 คน แต่พอเข้าสู่วันที่ 17 กันยายน ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาถึง 3,894 คน

ในช่วงนั้น ผมได้พูดออกรายการ Good Morning Asian ว่า ถ้ามีใครคิดเหมือนผมที่อยากจะช่วยเหลือประเทศเมียนมา ในการช่วยกันหาทุนมาจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์และเวชภัณฑ์ไปช่วยเหลือเขา ผมยินดีเป็นสะพานบุญให้ในการดำเนินการ พอหลังจากจบรายการ ก็มีท่านผู้ฟังหลายท่าน ได้โทรศัพพ์เข้ามาหาผมในเบอร์ส่วนตัว

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีอาจารย์เกษมสันต์ วีระกุล ที่ผมเคารพนับถือรวมอยู่ด้วย ท่านได้อาสาเข้ามาช่วย ทำให้ผมมีกำลังใจในการเริ่มระดมทุนจากหลากหลายพันธมิตร จึงได้เกิด “โครงการมิตรภาพปันน้ำใจสู้ภัย COVID-19 เมียนมา ครั้งที่ 1” ขึ้นซึ่งครั้งนั้นก็ได้ส่งมอบสิ่งของเวชภัณฑ์ทั้งหมดมีมูลค่าสี่ล้านกว่าบาทที่กรุงเทพฯมีการส่งไปมอบให้แก่ท่านเอกอัครราชฑูตเมียนมาประจำประเทศไทย

ฯพณฯท่าน  U Myint Thaung ได้กรุณามารับมอบที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ส่วนที่เมืองย่างกุ้งท่านเอกอัครราชฑูตไทยประจำประเทศเมียนมา ฯพณฯท่านสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ ให้เกียติมาเป็นผู้ส่งมอบ และท่านมุขมนตรีแห่งรัฐย่างกุ้ง ฯพณฯท่าน U Phyo Min Thein เป็นผู้รับมอบ รัฐย่างกุ้งเป็นที่เรียบร้อยในวันที่ 8 พฤศจิกายน ณ.อาคารเมียนมา-ไทย เทรดเซ็นเตอร์ เมืองย่างกุ้ง

ต่อมาเมื่อเหตุการณ์โรคระบาด COVID-19 ระลอกสองรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งในกลางเดือนพฤศจิกายน มีผู้ติดเชื้อเจ็ดหมื่นกว่าคน (ปัจจุบันนี้วันที่ 18 ธันวาคมมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 114,198คน รักษาหายสะสม 92,916 คน) ซึ่งจากการที่ผมในฐานะประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมาได้เข้าพบท่านเอกอัครราชฑูตเมียนมาประจำประเทศไทยจึงได้ทราบว่าที่เมืองย่างกุ้งมีเตียงพยาบาลในโรงพยาบาลเพียงไม่ถึงหนึ่งหมื่นเตียง

แต่ผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาพยาบาลมีมากกว่าสองหมื่นคน ทำให้ทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมาได้เล็งเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบเร่งจัดทำโรงพยาบาลสนามเพื่อเข้าไปช่วยเหลือเขาเพราะหากการติดเชื้อเพิ่มขึ้นไม่หยุดจะทำให้เกิดการหลบหนีร้อนเข้ามาพึ่งเย็นที่ประเทศไทยเรา

เราจึงควรไปช่วยเขาที่ต้นทางไม่ให้เกิดการทะลักเข้ามาทำให้เราเดือดร้อนอีกทั้งเพื่อมนุษยธรรมเราในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดเราต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเขาเพื่อสร้างมิตรไมตรีที่ดีต่อกันผมจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับกลุ่มพันธมิตรทางการค้าที่ผมเคารพรักทั้งหลายปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมากๆครับ

สรุปผมจึงได้รับการเอื้อเฟื้อจากกลุ่ม TCP กรุ๊ปหรือที่รู้จักในนามบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง ช่วยเหลือมาทั้งหมด 3,000,000บาท อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากคุณตัน ภาสกรนที บริษัท อิชิตัน ช่วยมาอีก 1,000,000 บาท คุณสุเมศวร์ เสนชู บริษัท ธนาธรคอนสตรัคชั่น จำกัด ช่วยเป็นเงินมาอีก 1,000,000 บาทรวมทั้งทีมงานของท่านยังช่วยสร้างโรงพยาบาลสนามในราคาถูกแสนถูกให้อีกด้วย

และบริษัท ส.ขอนแก่น (มหาชน) จำกัด ก็ช่วยมา 100,000 บาท ส่วนชุดPPE 1,800 ชุดก็ได้คุณรุ่งนภาวงศ์ศรีสุชนและคุณษุภภภากุลวัฒนโยธินจากบริษัทโอเรียนเต็ดไทยจำกัดร่วมกับคุณจิราพรและคุณกิตติทัตเรืองรุ่งชัยกุลบริษัทพูนทรัพย์แอฟฟารัลจำกัดช่วยกันบริจาคมาให้ครับ

ยังมีน้องๆทีมบริษัท AI Technology จำกัด ที่ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ เพื่อให้งานสำเร็จ ทั้งยังช่วยผลิตเครื่องปรับอากาศความดันลบให้ในราคาต้นทุนมาทั้งหมด 20 เครื่องเข้ามาร่วมกันสร้างกุศลให้

อีกทั้งยังได้รับการช่วยเหลือจากคุณวัลภา สถิรชวาล บริษัทอีเกิ้ล โลจีสติกส์ และทีมงาน ทีมงานของชิปปิ้งแตงโม แห่งอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ช่วยเหลือจัดการเรื่องการจัดส่งและอำนวยความสะดวกในการจัดการพิธีการผ่านแดนต่างๆ 

งานนี้รวมเป็นมูลค่าสิ่งของและค่าใช้จ่ายต่างๆที่บริจาคไปในครั้งนี้ทั้งหมด ร่วม 5,500,000บาท (ห้าล้านห้าแสนบาท)

โรงพยาบาลสนามนี้ มีความใหญ่ 60 เมตร X 30 เมตร ก็ใหญ่ประมาณครึ่งสนามฟุตบอลแหละครับ ด้านในมีห้องทั้งหมด 20 ห้อง แบ่งเป็นห้องปฎิบัติการ 2 ห้อง ห้องพักผู้ป่วย ที่สามารถบรรจุเตียงได้ห้องละ 10 เตียง จำนวน 18 ห้อง จึงสามารถรองรับผู้ป่วยได้มากถึง 180 คนทีเดียว

ทุกห้องจะมีเครื่องปรับอากาศความดันลบ ที่เอามาเพื่อปรับอากาศที่อาจจะมีเชื้อโรคในห้อง ให้เป็นอากาศบริสุทธิ์แล้วจึงถ่ายเทออกมาภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ อีก 20 เครื่อง ซึ่งต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่มากถึง 7 คันถึงจะบรรทุกหมด

เรียกว่างานนี้จะประสบผลสำเร็จไม่ได้เลย หากขาดความร่วมแรงร่วมใจกันจากทุกๆฝ่าย ต้องกราบขอบพระคุณทีมงานทุกท่านที่ผมไม่สามารถกล่าวถึงได้หมด อีกทั้งท่านผู้มีจิตเมตตาสูงส่งทุกๆท่านที่กล่าวมาทั้งหมดมาณ.ที่นี้ด้วยครับ

ขอบุญกุศลที่ได้ร่วมกันสร้างครั้งนี้จงส่งผลให้ชาวเมียนมาที่กำลังตกอยู่ในภาวะยากลำบากในการต่อสู้ภัยที่ได้รับจากการระบาดของเจ้าวายร้าย COVID-19 ระลอกสองนี้จงรอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บซึ่งบางคนที่อาจจะต้องถึงการสูญเสียชีวิตด้วยเทอญ

อีกทั้งขอคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้อำนาจที่องค์ท่านมีอยู่ จงส่งผลมาบันดาลให้ผู้ที่มีจิตอันเมตตาดังกล่าว และผู้ที่ร่วมงานที่กล่าวถึงและไม่ได้กล่าวถึงทั้งหมด มีแต่ความสุข ความเจริญ คิดสิ่งใด ขอให้สมความมุ่งหวังดั่งปรารถนาทุกประการ ตลอดกาลนานเทอญ