Home Editorial การรุกและรับของธุรกิจไทยในเมียนมา

การรุกและรับของธุรกิจไทยในเมียนมา

243
0

ผมได้รับคำถามเข้ามาเยอะว่า ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจไทยในเมียนมาในยุคที่เจ้าวายร้ายผีน้อย COVID-19 ระลอกสองที่กำลังระบาดอย่างหนักจะรับมืออย่างไร

อีกทั้งหากจำเป็นจะต้องรุก จะทำได้หรือไม่

ผมต้องขออนุญาตออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมเองก็ไม่ใช่ซุปเปอร์แมน ที่สามารถทำได้ทุกเรื่อง เพียงแต่จะเอาประสบการณ์ที่เคยเจอะเจอมาเล่าสู่กันฟังเท่านั้น อาจจะช่วยเป็นคำตอบท่านได้

ผมต้องบอกตรงๆเลยว่า วันนี้ทุกคนที่ทำมาหากินในประเทศเมียนมา ก็มีอาการหนักเกือบทุกคน จะมีส่วนน้อยที่ไม่ได้รับผลกระทบ จึงทำได้แค่ช่วยกันปลอบใจกันว่า “ทำใจเถอะ เพราะงานนี้เป็นไปหมดทั่วโลก” ไม่ใช่มีเพียงเราที่โดนกระทำเท่านั้น

ดังนั้นก็ขอให้ปลงเสียบ้าง อย่าเครียดไปเลยนะครับ ค่อยๆคิดค่อยๆแก้นะครับ

ผมเองได้นำเรื่องนี้ไปคุยกับกูรูหลายท่าน อาทิ เช่น คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศาสตราจารย์ ดร.ภูมิฐาน รังคกูลนุวัฒน์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐมิติ ท่านมีมุมมองถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แม่นยำมาก เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย

เพียงแต่ท่านไม่ค่อยจะออกข่าวตามหน้าสื่อเท่าไหร่นัก แต่ผมฟังจากการวิเคราะห์ของท่านแล้ว ทำให้ได้อะไรดีๆจากท่านเยอะครับ อีกท่านหนึ่งที่ผมเคารพมาก คือ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช เชื่อว่าทุกท่านต้องรู้จักชื่อเสียงของท่านเป็นอย่างดี เพราะท่านเป็นอีกท่านหนึ่งที่ผู้เชียวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะที่แถบเอเชีย

ท่านทะลุปรุโปร่งมากๆท่านหนึ่งในประเทศไทย ผมเองชอบยกให้ท่านเป็น “กระบี่มือหนึ่งด้านการค้าระหว่างประเทศของเมืองไทย” ในด้านนี้เลยครับ

ทั้งสองท่านผมได้นั่งคุยกับท่าน แล้วได้มุมมองเยอะแยะเลยครับ น่าสนใจมากๆ เพราะการที่จะวิเคราะห์ถึงเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา ทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่เราจะนึกเอาเอง แล้วแก้ไขไปตามยถากรรม

ผมว่าเราจะเหนื่อยนะครับ เราอาจจะแก้ถูกแก้ผิดไปก็เป็นได้ เพราะเราจะมองแต่แค่ตัวเราเอง ไม่ได้มองในมุมกว้างด้านเศรษฐศาสตร์เท่าที่ควร ดังนั้นผมจึงมีความรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้พูดคุยกับทั้งสองท่านครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมาหรือประเทศต่างๆในวันนี้ เราต้องยอมรับว่าหนักหนาสาหัสมากๆ เพราะเจ้าวายร้ายผีน้อย COVID-19 ระลอกสองตัวนี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเมื่อไร

อีกอย่างถ้าโชคดีมีคนคิดค้นสามารถผลิตวัคซีนออกมาช่วยโลกได้ในเร็ววันนี้ ถามว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเลยทันทีเลยเหรอ นี่คือคำถามครับ ผมเองก็มีธุรกิจในประเทศเมียนมาค่อนข้างเยอะ

ผมยังมองไม่เห็นเลยว่าจะสามารถฟื้นคืนชีพได้ในเวลาอันสั้นนี้ อีกอย่างคือชาวเมียนมาเอง รายได้ประชากรต่อหัวก็มีความสำคัญอย่างมากต่อการฟื้นตัวครับ

ทางประเทศฝั่งตะวันตก แม้จะมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงมากกว่าทางเรา แต่ว่าเขามีรายได้ของประชากรตัวหัวสูงกว่าเรามาก อัตราการฝากเงินในบัญชีหรือเงินออมของเขาต่อคนต่อหัว ก็มากกว่าเรามาก การที่เขาหยุดชะงักไม่สามารถทำมาหากินได้สะดวก เขาก็ไม่อดตายได้หรอกครับ การจับจ่ายใช้สอย หรือ Consumption ยังพอมีกำลังอยู่มากครับ

แต่ทางฝั่งตะวันออกของโลก เช่นเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ หรือประเทศที่ด้อยพัฒนา เขาไม่มีเงินออม มีแต่ทรัพยากรธรรมชาติ หาปูหาปลากิน เก็บผักสวนครัวรั้วกินได้หารับประทานกันไปวันๆ

พอเจอสภาพอย่างนี้ เงินหายกำไรหด ไม่มีเงินเก็บหอมรอมริบ แล้วเขาจะเอาเงินทองที่ไหนมาจับจ่ายใช้สอยละครับ นี่คือความจริงที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

เมื่อได้ฟังอย่างนี้ แล้วเราจะรับจะรุกในเชิงธุรกิจอย่างไรให้อยู่รอด เพื่อรอวันที่ฟ้าเปิด เพื่อความสดใสกลับมาอีกครั้งละครับ ผมชวนมองในมุมมืดมาตั้งนาน ก็เพียงจะบอกว่า ผมได้เรียนเชิญกูรูทั้งสองท่านมาจัดสัมมนาร่วมกับผม เพื่อให้แฟนคลับทุกท่านที่ทำมาหากินในเมียนมา หรือแม้จะไม่ได้มีธุรกิจที่นั่น ก็สามารถมารับฟังไว้เป็นอุทาหรณ์ได้

เผื่อจะได้เป็นแนวคิดว่าสักวันหนึ่ง หากเราต้องเผชิญกับปัญหานี้ แล้วเราจะทำอย่างไร ผมจึงขอเรียนเชิญอาจารย์อัทธ์มาร่วมเสวนากับผม เพื่อมาให้คำตอบแก่ผู้ประกอบการไทย ท่านก็ตอบรับเป็นที่เรียบร้อย จึงได้จัดงานเสวนาขึ้น ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ที่ห้องสัมมนา อาคาร 5 ชั้นสอง มหาวิทยาลัยหอการค้า เวลา 13:00 น.-16:00 น. ในห้วข้อเรื่อง “วิกฤตการณ์โควิด-19 ในเมียนมา: ธุรกิจไทยจะรุกและ/หรือรับอย่างไร”

โดยมีผู้ร่วมเสวนาเพียงสองท่าน คือผม นายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา และรองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช แต่ผมรับรองว่าผู้ร่วมเข้าฟังจะได้ความรู้เต็มอิ่มแน่นอนครับ

ท่านที่สนใจ สามารถจองที่นั่งได้ที่ 02-697-6304 และ 02-697-6305 ติดต่อคุณสริตา เนื่องจากสถานที่ค่อนข้างจะเล็ก จุคนได้เพียง 80 ที่นั่ง ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสอันดีนี้ คงต้องรีบจองกันหน่อยนะครับ เพราะงานนี้ทุกท่านสามารถเข้าร่วมรับฟังฟรีครับ