Home Editorial น้ำใจจากไทยสู่เมียนมา

น้ำใจจากไทยสู่เมียนมา

65
0

ดย กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผมได้ประกาศเชิญชวนให้ชาวไทยร่วมใจกันช่วยเหลือชาวเมียนมา เนื่องจากสถานการณ์ในเมียนมา ถูกผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกสองกระหน่ำเอาเสียจนเป๋ไปเลย

จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมก้าวกระโดดทะลุหลักสองหมื่นคนไปแล้ว ต้องบอกว่าผลตอบรับเข้ามาแบบสุดๆไปเลยครับ ผมและทีมงานกรรมการทุกท่านไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า

เพียงแค่ระยะเวลา 8 วัน เราจะได้รับบริจาคมีมูลค่าทั้งตัวเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ เงินสดที่ถูกโอนมาเข้าบัญชีของ “มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม”จะมากมายอย่างเหลือเชื่อ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,427,150.88 บาทถ้วน

ผมและทีมงานทุกคนต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูงกับทางกลุ่มบริษัทในเครือ TCP กรุ๊ป (ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกระทิงแดง) ที่บริจาคมาให้ 1,000,000 บาท บริษัท PTTGC จำกัด(มหาชน) บริจาคมา 488,000 บาท บริษัท โตโยต้า (นนทบุรี) บริจาคมา 400,500 บาท

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริจาคมา 302,500 บาท บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริจาคมา 275,500 บาท บริษัท S&D Industry บริจาคมา 200,000 บาท บริษัท สมุนไพรภูมิพฤกษา จำกัด บริจาคมา 222,400 บาท บริษัท อินเตอร์โรล (ประเทศไทย) จำกัด บริจาคมา 100,000 บาท

และยังมีผู้บริจาคอื่นๆอีกเป็นเงินทั้งสิ้น 438,250 บาท อีกทั้งยังมีการช่วยเหลือทางด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์และการขนส่งและความช่วยเหลือด้านอื่นๆอีกหลายหน่วยงาน อาทิเช่น สายการบินนกแอร์, ศูนย์หนังสือซี-เอ็ด, หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ, บีอีซี-เทโร, อัมรินทร์กรุ๊ป และ กลุ่มบริษัท EUI จำกัด ,TBAM, MTCCI เป็นต้นและยังมีอีกหลายๆท่านที่เอ่ยนามได้ไม่หมด

ผมในนามประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมาต้องขออนุญาตอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกพระบุญญาธิการของพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์จงโปรดน้อมนำเอาบุญกุศลที่ทุกท่านได้ร่วมกันสร้างในครั้งนี้

จงส่งผลให้ทุกท่านและสมาชิกในครอบครัว ประกอบทั้งกิจการของทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ ความเจริญยิ่งๆขึ้นไป คิดสิ่งใดให้สมอารมณ์หมายทุกประการเทอญ

ในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ได้กราบเรียนเชิญฯพณฯท่านเอกอัครราชฑูตเมียนมาประจำประเทศไทย (H.E. Myo Myint Than) ให้เกียรติมารับมอบเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยซึ่งก็ได้ดำเนินการส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยขณะนี้เพียงแต่จะต้องรอให้การดำเนินพิธีการด้านเอกสารในการส่งออกให้เรียบร้อยก็จะรีบจัดการลำเลียงไปมอบให้ทางกระทรวงสาธารณสุขของเมียนมาต่อไป

ซึ่งผมคิดว่าคงใช้เวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อยครับ

ในการสนทนากับฯพณฯท่านเอกอัครราชฑูตฯจึงได้รับทราบว่าที่เมืองย่างกุ้งมีเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพียงสี่พันกว่าเตียงเท่านั้นแต่ความต้องการใช้ของผู้ติดเชื้อมีมากกว่าถึงสามสี่เท่า

เพราะทุกวันนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละกว่าพันคน ในขณะที่มีผู้ติดเชื้อสะสม ณ.วันที่ 8 ตุลาคมมากถึง 22,445 คน และในนั้นผู้ที่รักษาหายแล้วได้กลับบ้านในวันนั้น มีเพียง 282 คน และคนรักษาหายสะสม มีเพียง 6,366 คนน่าตกใจมากที่คนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเยอะมาก

อีกตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งผมอยากจะขอนำมาเล่า คือความสามารถในการตรวจรักษา ที่ทุกวันนี้ความสามารถในตรวจดีขึ้นกว่าเมื่อหลายวันก่อนมาก ตัวอย่างเช่นในวันที่ 1 ตุลาคม เขาสามารถตรวจรักษาได้เพียง 5,352 คน ทั้งประเทศได้เข้าตรวจรักษาเพียง 301,393 คน

แต่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม สามารถตรวจได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 12,268 คนแสดงว่าความสามารถในการตรวจรักษาดีขึ้นมาเป็นลำดับและคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้นก็จะส่งผลต่อการตรวจพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นเป็นลำดับเช่นกันเพราะที่ผ่านๆมาประชาชนไม่มีโอกาสได้ตรวจอย่างครบถ้วนด้วยสาธารณสุขพื้นฐานของที่เมียนมายังไม่ดีพอ

อีกอย่างความรู้พื้นฐานของประชาชนเองก็ไม่ค่อยดี บางคนพอรู้สึกตัวว่าไม่สบาย ก็เข้าใจว่าตัวเองเป็นหวัดธรรมดา พอเป็นหนักๆจึงจะรู้ว่าติดเจ้าวายร้าย COVID-19 เข้าให้เสียแล้ว อันตรายมากๆเลยครับ

ดั่งตัวเลขที่ผมโชว์ให้ท่านเห็นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเตียงผู้ป่วยที่โรงพยาบาลถึงได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ติดเชื้อ

ดังนั้นบรรดาผู้มีอันจะกินในประเทศเมียนมา จึงได้ช่วยกันออกมาระดมสรรพกำลังบริจาคสถานที่ เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลชั่วคราว ตัวอย่างเช่น ที่ฟอร์จูนพลาซ่า และ YCDC Convention Hall เขาก็ได้รับการเสียสละจากมหาเศรษฐีชาวเมียนมากันเอง

ในขณะที่รัฐบาลก็ได้นำเอาสนามกีฬาตูวันน่าออกมาทำเป็นโรงพยาบาลสนามแล้วก่อนหน้านี้แต่ผมก็เชื่อว่าอีกไม่เกินอาทิตย์ก็คงจะล้นกำลังรับได้อีกเช่นกันดังนั้นผมจึงมีแนวคิดว่า

หลังจากจบโครงการ “มิตรภาพปันน้ำใจสู้ภัย COVID-19 ประเทศเมียนมา” ด้วยการส่งมอบเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์แล้วเสร็จซึ่งก็จะประมาณปลายเดือนตุลาคม

หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น (ซึ่งก็เชื่ออีกแหละว่า ไม่มีทางที่จะดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วปานนั้น) ผมก็จะเริ่มดำเนินการระดมกำลัง ช่วยจัดหาเต็นท์โรงพยาบาลสนามและเตียงพยาบาลชั่วคราว เป็นการ “ช่วยเขาระมัดระวังรักษา เพื่อช่วยเราไม่ให้เขาระบาดต่อมาที่เรา

”ผมจึงใคร่ขอเชิญชวนท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศเมียนมาหรือท่านที่มีการค้าขายกับประเทศเมียนมาหรือเคยมีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับเมียนมามาก่อนหรือท่านที่มีใจเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์หากท่านอยากจะร่วมงานบุญอันยิ่งใหญ่

ด้วยการช่วยชีวิตชาวเมียนมาร่วมกับผมและคณะกรรมการดำเนินงานทุกท่าน ท่านก็สามารถติดต่อมาที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมาได้ที่หมายเลขโทรศัพพ์ 02-345-1131 หรือ หมายเลข 02-345-1151ในเวลาทำงานได้เลยครับ