Home Editorial ปันน้ำใจสู้ภัย COVID-19 ประเทศเมียนมา

ปันน้ำใจสู้ภัย COVID-19 ประเทศเมียนมา

45
0

โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

หลังจากที่ผมพูดไปในรายการ Good Morning Asian และได้ประชาสัมพันธ์ไปว่า ถ้าท่านผู้ฟังท่านใดสนใจอยากจะปันน้ำใจไปให้ชาวเมียนมาก็สามารถแสดงเจตจำนงค์มาที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมาทางเรายินดีที่จะช่วยเป็นสะพานบุญให้ ก็ได้มีน้ำใจหลั่งไหลกันเข้ามาไม่ขาดสาย ผมต้องกราบขอบพระคุณทุกๆ หน่วยงานและผู้ประกอบการ อีกทั้งท่านผู้มีจิตเมตตาทุกท่านที่ได้ส่งปัจจัยทั้งที่เป็นตัวเงิน และเป็นเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์มาให้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมและคณะกรรมการหลายท่านได้นำเข้าไปเรียนให้ฯพณฯท่านเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยได้รับทราบ อีกทั้งได้เล่าให้ท่านฟังถึงเหตุผลและวัตถุประสงค์ว่าทำไมคณะกรรมการถึงร่วมกันดำเนินการครั้งนี้ อีกทั้งยังได้เล่าไปถึงประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันส่งแรงใจให้ชาวเมียนมาต่อสู้ภัย ให้ผ่านพ้นเจ้าวายร้ายCOVID-19 ระลอกสองนี้ให้ได้

 ในการเข้าพบฯพณฯท่านเอกอัครราชฑูตเมียนมาครั้งนี้ ก็ได้รับทราบมาว่า ในปัจจุบันนี้ นอกจากเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ที่ยังขาดแคลนอยู่มาก แต่ที่สำคัญที่ขาดแคลนมากสุดคือ โรงพยาบาลสนาม ท่านเล่าว่าในเมืองย่างกุ้งมีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยเพียง 4-5 พันเตียง ในขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสมในวันที่ 2 ตุลาคมที่ผมและคณะเข้าไปพบ มีมากถึง 14,383 คน นั่นหมายความว่าผู้ติดเชื้อยังขาดแคลนมากถึงร่วมหมื่นคน (ในขณะที่คืนวันที่ 3ตุลาคม มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกมากถึง 975 คน ซึ่งสะสมรวมมากถึง 16,500 คนเข้าไปแล้ว

ในขณะที่ประเทศเมียนมาเอง ก็ไม่มีนโนบายขอบริจาคจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากทุกประเทศเพื่อนบ้านเอง ก็มีสถานการณ์ย่ำแย่ไม่น้อยกว่ากัน จึงไม่อยากจะทำให้เกิดความลำบากใจกัน แต่ที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมา ได้ระดมสัพพะกำลังเข้าไปช่วยเหลือนั้น ท่านเองก็ขอน้อมรับ และกล่าวขอบคุณประชาชนชาวไทยมา แต่วันนี้สิ่งที่ขาดแคลนจริงๆนั้น คือ เต็นท์ที่ใช้เป็นโรงพยาบาลสนามนั่นเอง ผมจึงขันอาสาว่า หลังจากที่ส่งเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ไปแล้ว ผมจะพยายามเสาะแสวงหาผู้ที่มีจิตศัทธาและช่วยกันส่งกำลังใจไปให้ชาวเมียนมา มาช่วยกันบริจาคเงินในการสร้างโรงพยาบาลเคลื่อนที่หรือโรงพยาบาลสนามกัน

แต่หลังจากที่กลับมานอนคิดอยู่สองคืน ผมเองก็ค่อนข้างจะลำบากใจ เพราะผมไม่มีความรู้เรื่องโรงพยาบาลสนามเลย อีกทั้งศัพท์แสงทางการแพทย์ ผมก็เหมือนคนที่ไม่รู้อะไรเลย อย่าว่าแต่เทคนิคเทอมต่างๆ ของการสร้างโรงพยาบาลสนามเลย แล้วผมจะไปมีความสามารถไปอธิบายให้แก่ผู้ที่มีจิตศัทธาได้อย่างไร ผมจึงใครขอความกรุณาผ่านทางช่องทางนี้ ไปยังท่านที่มีใจอยากจะช่วยเหลือ เพื่อสามารถทำให้ผมได้ร่วมกับท่าน สร้างบุญกุศลครั้งให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะผมเชื่อว่า หากเราสามารถสร้างโรงพยาบาลสนามสำเร็จ เราจะสามารถช่วยชีวิตเพื่อนชาวเมียนมาได้อีกหลายพันชีวิตทีเดียว เพราะว่าแม้เราจะมีเวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์การแพทย์ที่ดี แต่ถ้าไม่มีโรงพยาบาลหรือเตียงให้ผู้ป่วยได้ สิ่งเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย จึงขออนุญาตท่านที่จิตเมตตา กรุณาติดต่อมาที่ผมหรือที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมาได้นะครับ

ผมจะขอแจกแจ้งถึงสิ่งที่จะได้ในการสร้างโรงพยาบาลสนามนี้ นอกจากบุญกุศลที่ได้ส่งมอบให้กับเพื่อนมนุษย์แล้ว สิ่งที่ตามมาคือเราได้ช่วยบุคคลที่เขาไม่มีโอกาสได้เข้าไปรักษาการติดเชื้อร้ายที่กำลังระบาดนี้ เพราะวันนี้สถานที่และเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลไม่เพียงพอแล้วจริงๆ อีกทั้งท่านยังสามารถใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประเทศไทยกับประเทศเมียนมา และยังช่วยประชาสัมพันธ์ถึงน้ำใจของคนไทยที่มีต่อชาวเมียนมาด้วย

นอกจากนี้ หากท่านต้องการโฆษณาสินค้าของท่าน ท่านก็สามารถใส่โลโก้สินค้าของท่านบนตัวเต็นท์โรงพยาบาลสนามนี้ได้ ซึ่งเมื่อสถานการณ์ปกติ ผู้คนที่ท่านได้ช่วยชีวิตเขาใว้ ในช่วงเวลาอันตรายนี้ ย่อมไม่ลืมบุญคุณท่านแน่นอน โอกาสที่จะค้าขายในวันข้างหน้า ยังมีอีกยาวไกลมาก อีกอย่างพิธีการส่งมอบที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ผู้คนที่รับชมข่าวทุกช่องทาง จะรู้จักสินค้าของท่านอย่างไม่ต้องกังวลใจเหมือนในช่วงปกติวิสัยแน่นอน ดังนั้นนี่คือช่วงเวลาที่ควรจะต้องทำการฉกฉวยโอกาสเป็นอย่างยิ่งครับ

ในฐานะของสภาธุรกิจไทย-เมียนมาผมและคณะกรรมการจัดงานทุกท่านจะทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ ในการให้ความช่วยเหลือท่านในการดำเนินการพิธีการส่งออก จัดการด้านการขนส่ง และก่อสร้างให้แล้วเสร็จ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้นอย่างเต็มใจ ท่านสามารถติดต่อมาที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมา ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-345-1131 หรือ 02-345-1151 ในเวลาทำการได้เลยครับ