Home Editorial กลยุทธ์หลัง COVID-19 ในการรุกตลาดเมียนมา

กลยุทธ์หลัง COVID-19 ในการรุกตลาดเมียนมา

73
0

โดย กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และพันธมิตรหลายหน่วยงาน จัดงานสัมมนาขึ้นที่กระทรวงพาณิชย์ โดยมีท่านรัฐมนตรีช่วยวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล มาช่วยเปิดงานให้ซึ่งในงานได้พูดถึงทิศทางและแนวโน้มตลาดเมียนมาหลัง COVID-19 ผ่านพ้นไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น

โดยมีผู้บรรยายหลายท่านที่มาช่วยให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย ในวันนั้นใครที่ไม่ได้ไปร่วมก็สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของสภาธุรกิจไทย-เมียนมาได้เลยครับ เพราะมีถ่ายทอดสดในวันนั้นด้วย

เนื้อหาสาระผมคงจะขออนุญาตไม่นำมาเล่าในคอลัมน์นี้อีกนะครับ เพราะจะพูดไม่หมด แต่หากท่านใดที่สนใจตลาดนี้ ก็เข้าไปดูในเวปไซต์สภาฯอย่างที่บอกก็แล้วกันครับ 

ผมจะเอาจุดที่เป็นประโยชน์มาเล่าซ้ำให้ในคอลัมน์นี้เท่านั้น เพราะผมเชื่อว่าเนื้อหาเล่านั้น ท่านอาจจะนำมาใช้ในประเทศไทยเราได้ครับ

ต้องไม่ลืมว่าเรากับประเทศเมียนมามีดินแดนติดต่อกันยาวร่วมสองพันกิโลเมตร มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยเรามาก

อีกทั้งเรายังมองเขาว่าตามหลังเราเกือบสามสิบปี และตลาดเมียนมาเป็นตลาดที่เนื้อหอมมากในขณะนี้ ผมเองตอนอยู่บนเวทีเสวนา ก็พยายามอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดเมียนมาว่าทิศทางการค้า-การลงทุนจะออกมาในหน้าตาอย่างไร ตลอดจนผู้ร่วมบรรยายทางภาคเอกชนเองก็ได้แจกแจงให้ฟังอย่างครบถ้วน

โดยเฉพาะ ดร.โชคชัย จากบลจ.บีอีซี เทโร ที่เตรียมข้อมูลตลาดมาเยอะมาก ได้ให้ความกระจ่างถึงหน้าตาตลาดเมียนมาทั้งก่อนและหลังเจ้าวายร้าย COVID-19 อย่างครบถ้วนจริงๆ ก็ได้แต่เสียดายที่หลายท่านไม่ได้เข้ามาร่วมงานนี้

อย่างไรก็ตามก็ยังสามารถเข้าไปดูเอาเองก็แล้วกันในความเป็นจริงประเทศเมียนมาก็เหมือนกับประเทศอื่นๆนั่นแหละครับ ล้วนได้รับผลกระทบจากCOVID-19 เช่นกัน 

แต่ปัจจุบันนี้การค้าออนไลน์ก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น เรียกว่าเป็น New normal เหมือนกันทั้งนั้น พวกเราที่ทำการค้าในเมียนมาจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่กำลังจะเข้ามาสู่สังคมเมียนมาให้ได้

ดังนั้นจึงต้องเข้าถึงข้อมูลต่างๆในด้านออนไลน์ต้องใช้

เช่นข้อมูลการใช้อินเตอร์เนท ข้อมูลการใช้แอพพลิเกชั่น ข้อมูลของลอจีสติก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ เราต้องแสวงหาข้อมูลให้ครบถ้วน ถ้าเราตามไม่ทัน ก็เปรียบเสมือนตาบอดคลำช้างแหละครับ เพราะการค้าสมัยใหม่ แม้ในส่วนของออฟไลน์จะยังคงมีบทบาทอยู่

แต่การค้าแบบออนไลน์ก็เริ่มคลืบคลานเข้ามาแล้ว ซึ่งทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมาเอง ก็พยายามสืบเสาะหาข้อมูลเหล่านั้น มาคอยช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยอยู่

ดังนั้นท่านลองเข้าไปดูในเวปไซต์ของสภาฯดูนะครับ เผื่อจะได้อะไรดีๆใว้เตรียมความพร้อมของธุรกิจของท่านได้ครับ

ในส่วนของโลจิสติกส์เอง ทางเราก็ได้เตรียมความพร้อมในด้านนี้เช่นกัน เพราะผมเชื่อว่าหลังสถานการณ์ดีขึ้น ประเทศเมียนมาต้องใช้นโยบาย Non tariff barrier ที่เข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน และเครื่องมือที่ทางภาครัฐบาลเมียนมานำมาใช้

นอกจากการจดทะเบียนต่างๆ การขึ้นทะเบียนอ.ย. การใช้มาตรการด้านสาธารณสุข และที่สำคัญ คือ ระบบโลจิสติกส์ที่ยังไม่ทันสมัย

นี่แหละครับที่เป็นการปกป้องสินค้าที่ผลิตภายในประเทศเมียนมาที่ได้ผลอย่างไม่ต้อง ใช้เครื่องมือพิเศษเลย เพียงแต่อาศัยมือที่มองไม่เห็น (Invisible hand) ก็เพียงพอแก่การปกป้องแล้ว เพราะการค้าออนไลน์นั้น ต้องอาศัยการส่งมอบสินค้าที่รวดเร็ว แม่นยำ ทันต่อความต้องการบริโภคอย่างแท้จริง มาสนองตอบต่อความ “อยาก”ของผู้ซื้อ จึงจะปิดการขายได้

แต่โจทย์ข้อนี้ ทางผู้ประกอบการรายใหม่ๆที่เข้าไปทำธุรกิจในเมียนมา อาจจะมืดแปดด้านเลยก็ได้ แต่ทางกรรมการของสภาธุรกิจไทย-เมียนมาหลายๆท่าน ต่างก็มีประสบการณ์การทำธุรกิจในนั้นมามากกว่าสิบปีเกือบทุกคน

ดังนั้นในฐานะที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมาเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร การเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ ที่กำลังประสบปัญหาอยู่ จึงจำเป็นที่จะต้องช่วยกันครับ

ส่วนรายละเอียดหรือทางหนีทีไล่ของด้านโลจิสติกส์นี้ ท่านสามารถมาปรึกษากับทีมงานของเราเป็นการส่วนตัวได้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากให้ท่านได้ เพราะทางสภาธุรกิจไทย-เมียนมายังได้มีการจัดทำ “คลินิกคำปรึกษาเฉพาะด้าน” ให้แก่ผู้ประกอบการไทยด้วย

เพียงท่านได้ติดต่อมาที่สภาฯ โดยแจ้งความจำนงค์ของท่านมาที่เราทางเราจะจัดเตรียมนัดวันโดยรวมเอาธุรกิจเดียวกันกับของท่าน มารวบรวมมาในวันเดียวกันสักไม่เกินสิบราย แล้วมานั่งคุยกับพี่เลี้ยงที่มากประสบการณ์เหล่านั้น เพื่อนำเอาปัญหาของทุกคนมาช่วยกันคิดหาทางแก้ไขให้

ผมเชื่อว่าจะได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะท่านจะได้เข้าถึงตัวผู้ที่เป็นพี่เลี้ยงได้ใกล้ชิดกว่าการที่ท่านมานั่งฟังคำบรรยายในห้องสัมมนาเยอะ

ดังนั้นหากท่านใดที่จะไปบุกตลาดเมียนมา เพียงโทรติดต่อมาที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมา คุณนก พัชรินทร์ 02-3451151 หรือคุณมิ้น สิริกานต์ 02-3451131 แล้วทางเราจะแจ้งกำหนดนัดหมายไปให้ท่านทราบ

ท่านจะได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงใจจากทางสภาฯแน่นอน