Home Editorial ข้อควรระวังทางด้านกฎหมายของผู้ประกอบการที่ลงทุนในเมียนมา

ข้อควรระวังทางด้านกฎหมายของผู้ประกอบการที่ลงทุนในเมียนมา

155
0

โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์


ระยะนี้ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการไทยหลายๆท่าน จะอัดอั้นตันใจหลายๆเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะของเจ้าวายร้าย COVID19 มีหลากหลายกิจการยังไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการได้ บางกิจการแม้ทางการอนุญาตให้ดำเนินกิจการแล้ว แต่ก็ทำได้ไม่สุด เพราะอนุญาตให้เปิดได้ครึ่งๆกลางๆ  ดังนั้นจึงรู้สึกมืดมนและพยายามหาทางออกกันอย่างเต็มขีดความสามารถ ดูเหมือนหนูที่กำลังวิ่งอยู่บนกรงล้ออย่างไงอย่างงั้น ก็น่าเห็นใจนะครับ มีหลายท่านที่มาเยี่ยมเยือนผม ก็มานั่งปรับทุกข์กัน ผมก็พยายามจะหาช่องทางให้ทุกท่าน แต่ก็อีกนั่นแหละ ผมไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ จึงทำได้เท่าที่จะทำเท่านั้น จึงอยากจะนำมาเล่าให้ฟังสนุกๆ ขอให้มองเสียว่าเป็นการมองโลกอีกมุมก็แล้วกันนะครับ

ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับ ประเทศเมียนมา บางอย่างเราอาจจะดีกว่าเขา แต่บางอย่างเราอาจจะสู้เขาไม่ได้ อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังในบทความก่อนๆ แต่ก็ยังอยากให้ท่านผู้ประกอบการทุกท่านมองโลกในแง่ดีเข้าไว้นะครับ ถึงอย่างไรเราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม วันนี้ผมอยากจะนำเอาแง่มุมที่เราดีกว่าเมียนมามาเขียนให้อ่าน เพื่อเป็นกำลังใจว่า เอ้อนะ….เรายังโชคดีที่ได้เกิดบนแผ่นดินนี้ หากในยุคพ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ยาย เราที่นั่งเรือสำเภามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แล้วเกิดไปลงท่าเรือผิด พลัดหลงไปลงที่เขมร เวียดนาม หรือที่เมียนมา เราคงจะลำบากน่าดู นี่ท่านยังอุตสาห์มาลงที่บางกอก ท่าเรือที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ แม้ในยุคนั้นเราอาจจะคุณภาพแย่กว่าเมืองไซง่อน เมืองพนมเปญ หรือเมืองย่างกุ้ง แต่หลังจากท่านมาลงที่บางกอกได้ไม่กี่ทศวรรษ เมืองต่างๆเหล่านั้นก็เกิดเพศพิบัติ ทำให้เกิดการล้มหายตายจาก หรือเกิดสงครามกันจนวุ่นวายไปหมด บ้างก็ต้องอพยพหลบลี้หนีภัย บ้างก็ต้องลำบากลำบนกัน ดีนะนี่ที่ท่านมาลงสยามเมืองยิ้ม แม้วันนี้สภาวะเศรษฐกิจของเราที่ตกต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่เราก็ยังโชคดีที่เกิดในเมืองไทย

ในประเทศเมียนมาเองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าประเทศไทยเช่นกัน แม้นว่าการประกาศจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID19 ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมถึง 23 คน (จาก264 คน เพิ่มเป็น 287 คน) แต่ท่านผู้นำอ่อง ซาน ซูจี และรัฐมนตรีต่างๆ ยังเชื่อมั่นว่าหลังจากผ่านพ้นภัยร้ายนี้ไปแล้ว เศรษฐกิจเมียนมาจะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในไม่ช้านี้แน่นอน เนื่องจากการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วงปี2018-2019 มีมากถึง 4.15 พันล้านUS$ เฉพาะช่วงระยะเวลา 8 เดือนจากพฤษจิกายน 2019-เมษายน 2020 มีมากถึง 4.39 พันล้านUS$ ซึ่งในปี 2020 นี้ ทางการเมียนมาได้ตั้งเป้าใว้เพียง 5.8 พันล้านUS$ เชื่อว่าปีนี้ทะลุเป้าอย่างแน่นอน

ทางภาคเอกชนเองก็ขานรับเสียงนี้กันพอสมควร พวกเราที่เป็นนักธุรกิจไทยในเมียนมาเองก็ค่อนข้างจะมีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นฟูได้ไม่นาน แต่หลายท่านที่ยังกลับไปเมียนมาไม่ได้ ก็ได้แต่ปรับทุกข์กันเอง มีเพื่อนๆที่มาพบปะหารือกับผม ต่างก็ถามคำถามคล้ายๆกันว่า ประเทศเมียนมาจะเปิดให้บริการสายการบินต่างประเทศเข้าไปได้เมื่อไหร่ เพราะใจอยากจะกลับเข้าไปแต่ยังเข้าไม่ได้ ผมเองก็ได้แต่ปลอบใจว่า คงเร็วๆนี้แหละ ใจเย็นๆเข้าไว้ และหากว่าสายการบินเปิดให้บริการ ก็ต้องดูก่อนว่าเขาจะมีการกักกันตัวหรือเปล่า เพราะสถานที่กักกันตัวของเมียนมา

บางคนก็มาปรึกษาว่าจะหลบเข้าไปทางช่องทางธรรมชาติดีมั้ย ผมต้องบอกว่าอย่าทำโดยเด็ดขาด เพราะท่านออง ซาน ซูจีได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนว่า ให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการสอดส่องดูแลการเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย หากมีการจับกุมได้ ก็ให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ อีกทั้งผู้ที่ให้ที่พักพิงหรือผู้สนับสนุน ให้มีความผิดเช่นเดียวกับผู้กระทำ ซึ่งผมคิดว่าไม่ควรเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะที่ประเทศเมียนมา ชาวต่างชาติหากถูกจับกุม มีทางเดียวเท่านั้นคือจองจำสถานเดียว ไม่มีโอกาสได้ประกันตัวออกมาเดินเล่นข้างนอกคุกได้เลย

ดังนั้นเชื่อผมเถอะ กฏหมายเมียนมาเขาเข้มงวดจริงๆ มีหลายกิจการที่เป็นชาวต่างชาติมาลงทุนที่เมียนมา แล้วมาทำตัวเป็นศรีธนนชัย หลีกเลี่ยงกฎหมาย ตัวอย่างเช่น บริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น วันนี้ก็อยู่ในสภาพที่ต้องดิ้นรนแก้ไขอยู่ อีกแห่งหนึ่งที่มีปัญหา คือเมืองใหม่ยักษ์ที่ติดกับชายแดนไทยเรา (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เดี๋ยวโดยเขม่นเอา) ได้ขออนุญาตจากกองกำลังชนกลุ่มน้อย มาทำเป็นเมืองคาสิโน ปรากฏว่าขออนุญาตไปแค่10.3 เฮกเตอร์โดยมีเงินลงทุน 22.5 ล้านUS$ แต่เอาเข้าจริงๆทำไปมากถึง 1,214 เฮกเตอร์ คาดว่าน่าจะลงทุนไปไม่ต่ำกว่า 500 ล้านUS$ ทางโครงการไปโฆษณาทางออนไลน์ว่ามูลค่าโครงการ 11.4 พันล้านUS$ จึงทำให้ทางการเมียนมาเพ่งเล็งขึ้นมาทันที และมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน Mr. U Kyaw Lin เป็นประธานในการสอบสวน

ผมเห็นว่างานนี้จะรอดหรือเปล่าก็ไม่กล้าคาดเดาได้ครับ เพราะคงเถียงเขาลำบาก ผมจึงคิดว่าให้เพื่อนๆผู้ประกอบการไทย ควรต้องดูใว้เป็นอุทาหรณ์นะครับ ทุกคนอย่าทำตัวว่างเกินไป ไปติดคุกที่เมียนมาเสียละครับ มันทรมานนะครับ